Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

กลุ่ม เอ ที่มีสวิตเซอร์แลนด์ เจ้าภาพ ได้เพื่อนร่วมกลุ่มเป็น ตุรกี, โปรตุเกส และสาธารณรัฐเช็ก
 
โปรแกรมและผลที่คาด
07/06/08 เมืองบาเซิ่ล สวิตเซอร์แลนด์ vs สาธารณรัฐเช็ก (1-2)
07/06/08 เมืองเจนีวา โปรตุเกส vs ตุรกี (1-0)
11/06/08 เมืองบาเซิ่ล สวิตเซอร์แลนด์ vs ตุรกี (1-0)
11/06/08 เมืองเจนีวา สาธารณรัฐเช็ก vs โปรตุเกส (1-1)
15/06/08 เมืองบาเซิ่ล สวิตเซอร์แลนด์ vs โปรตุเกส (0-2)
15/06/08 เมืองเจนีวา ตุรกี vs สาธารณรัฐเช็ก (1-1)

สรุปตารางกลุ่ม เอ
                     แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
โปรตุเกส            3   2    1     0   4   1   7
สาธารณรัฐเช็ก     3   1    2     0   4   3   5
สวิตเซอร์แลนด์     3   1    0     2   2   4   3
ตุรกี                  3   0    1     2   1   3   1

ผลงานเจอกันครั้งล่าสุด
สวิตเซอร์แลนด์ แพ้ สาธารณรัฐเช็ก 0-3 (18/08/1999-อุ่นเครื่อง)
โปรตุเกส ชนะ ตุรกี 2-0 (24/06/2000-คัดยูโร)
สวิตเซอร์แลนด์ แพ้ ตุรกี 2-4 (16/11/2005-คัดบอลโลก)
สาธารณรัฐเช็ก ชนะ โปรตุเกส 1-0 (23/06/1996-ยูโรรอบสุดท้าย)
สวิตเซอร์แลนด์ แพ้ โปรตุเกส 0-1 (13/10/1993-คัดบอลโลก)
ตุรกี เสมอ สาธารณรัฐเช็ก 2-2 (01/03/2006-อุ่นเครื่อง)

ฟันธงกลุ่ม เอ

เต็งหนึ่งของกลุ่มนี้น่าจะเป็นโปรตุเกสที่ครบเครื่องที่สุดทั้งเกมรุกและเกมรับ หากว่าได้ตัวหลักกลับมาครบทุกคน ซึ่งลูกทีมของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ น่าจะชนะได้สองนัดจากตุรกีกับสวิตเซอร์แลนด์ โดยมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้กับเดโก้เป็นตัวแปร และเพียงพอต่อการเข้ารอบ อันดับสองของกลุ่มอาจต้องแย่งกันระหว่างสาธารณรัฐเช็กกับสวิตเซอร์แลนด์ทีมเจ้าภาพ ส่วนสาเหตุที่มองข้ามตุรกี อดีตทีมอันดับ 3 ฟุตบอลโลกปี 2002 ไปก็คือ พวกเขายังมีจุดอ่อนที่แนวรับมักจะเสียประตูง่ายไปหน่อย นักเตะแต่ละรายในแผงรับยังขาดประสบการณ์ในเกมระดับสูง แต่ท้ายสุดแล้วยังเชื่อว่านักเตะเช็กน่าจะผ่านเข้ารอบต่อไปแทนสวิตเซอร์แลนด์ที่อาจได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ก็จริง แต่ทนเเรงเสียดทานและทีเด็ดทีขาดในแนวรุกยังสู้กับเช็กไม่ได้

 
กลุ่ม บี มีออสเตรีย ทีมเจ้าภาพร่วม พ่วงด้วย 3 ทีมโครเอเชีย, เยอรมัน และโปแลนด์ เป็นเพื่อนร่วมกลุ่มในสายนี้
โปรแกรมและผลที่คาด
08/06/08 เวียนนา ออสเตรีย – โครเอเชีย (0-1)
08/06/08 คลาเกนฟูร์ท เยอรมัน – โปแลนด์ (2-0)
12/06/08 คลาเกนฟูร์ท โครเอเชีย – เยอรมัน (1-2)
12/06/08 เวียนนา ออสเตรีย – โปแลนด์ (1-1)
16/06/08 คลาเกนฟูร์ท โปแลนด์ – โครเอเชีย (0-1)
16/06/08 เวียนนา ออสเตรีย – เยอรมัน (1-2)

สรุปตารางกลุ่ม บี
                     แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
เยอรมัน             3    3     0    0  4   2    9
โครเอเชีย          3    2     0    1  3   2    6
ออสเตรีย           3    0     1    2  2   4    1
โปแลนด์           3    0     1    2  1   4    1

ผลงานเจอกันครั้งล่าสุด
ออสเตรีย แพ้ โครเอเชีย 1-4 (2006/อุ่นเครื่อง)
เยอรมัน ชนะ โปแลนด์ 1-0 (2006/บอลโลก)
โครเอเชีย แพ้ เยอรมัน 1-2 (2004/อุ่นเครื่อง)
ออสเตรีย แพ้ โปแลนด์ 2-3 (2005/คัดบอลโลก)
โปแลนด์ ชนะ โครเอเชีย 1-0 (2006/อุ่นเครื่อง)
ออสเตรีย แพ้ เยอรมัน 1-3 (2004/อุ่นเครื่อง)

ฟันธง กลุ่ม B

ทีมแชมป์สำหรับกลุ่ม บี มองง่ายมาก นั่นก็คือ เยอรมัน ทีมของ โยอัคคิม เลิฟ ที่ศักยภาพทีมและอันดับโลกล่าสุดเหนือกว่าเพื่อนร่วมกลุ่มทั้ง 3 ทีม ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าอินทรีเหล็กจะเข้ารอบต่อไปในฐานะอันดับหนึ่งของกลุ่มนี้ ส่วนอันดับสองต้องแย่งกันระหว่างโครเอเชีย, โปแลนด์ และ ออสเตรีย ซึ่งทั้งสามทีมนี้ ขุนพลตาหมากรุก มีความโดดเด่นมากกว่าใครเพื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวรุกที่ค่อนข้างจัดจ้าน เชื่อว่าโครแอตจะเดินตามก้นเยอรมันเข้าไปได้
สรุป : เยอรมัน (อันดับ 1), โครเอเชีย (อันดับ 2)
 
กลุ่ม ซี นี่คือ ”กรุ๊ป ออฟ เดธ” เป็นศูนย์รวมของสิงห์เสือกระทิงแรดไม่ว่าจะเป็น ”อัซซูรี่” อิตาลี, ”ตราไก่” ฝรั่งเศส, ”อัศวินสีส้ม” ฮอลแลนด์ และ ”ผีดิบ” โรมาเนีย
โปรแกรมกลุ่ม ซี และผลที่คาด
09/06/08 ซูริค โรมาเนีย – ฝรั่งเศส (0-1)
09/06/08 เบิร์น ฮอลแลนด์ – อิตาลี (1-1)
13/06/08 ซูริค อิตาลี – โรมาเนีย (2-1)
13/06/08 เบิร์น ฮอลแลนด์ – ฝรั่งเศส (1-1)
17/06/08 ซูริค ฝรั่งเศส – อิตาลี (1-1)
17/06/08 เบิร์น ฮอลแลนด์ – โรมาเนีย (0-1)

สรุปอันดับตารางคะแนนกลุ่มซี
                     แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
อิตาลี                3    1    2     0   4   3    5
ฝรั่งเศส              3    1    2     0   3   2    5
โรมาเนีย            3    1    0     2   2   3   3
ฮอลแลนด์          3     0    2    1   2   3    2

ผลงานการพบกันล่าสุด
โรมาเนีย แพ้ ฝรั่งเศส 1-2 (2002/อุ่นเครื่อง)
ฮอลแลนด์ แพ้ อิตาลี 1-3 (2005/อุ่นเครื่อง)
อิตาลี ชนะ โรมาเนีย 1-0 (2003/อุ่นเครื่อง)
ฮอลแลนด์ เสมอ ฝรั่งเศส 0-0 (2004/อุ่นเครื่อง)
ฝรั่งเศส เสมอ อิตาลี 0-0 (2007/คัดยูโร)
ฮอลแลนด์ เสมอ โรมาเนีย 0-0 (2007/คัดยูโร)

ฟันธง

นี่คือกลุ่มแห่งความตาย จึงยากนักที่จะเลือกใครผ่านเข้าไปเพราะความสามารถของแต่ละทีมนั้นใกล้เคียงกันมากทีเดียว อิตาลีฟาดฟันกับฝรั่งเศสมาสองนัดในรอบคัดเลือกที่ผ่านมาเช่นเดียวกับฮอลแลนด์ที่เจอกับโรมาเนียสองครั้งเหย้า-เยือนดังนั้นทั้งสี่ทีมนี้จึงรู้ไส้รู้พุงกันดีแน่ อิตาลีน่าจะคว้าตำแหน่งแชมป์กลุ่มได้เพราะขุมกำลังแข็งแกร่งทุกผืนแผ่น ส่วนที่สองกัดฟันเลือกฝรั่งเศสที่มีประสบการณ์เหนือกว่าที่จะผ่านเข้ารอบสองต่อไป

สรุป : อันดับ 1 อิตาลี อันดับ 2 ฝรั่งเศส
 
กลุ่ม ดี ประกอบด้วย กรีซ สวีเดน สเปน รัสเซีย 
โปรแกรมและผลที่คาด
10/06/08 ซัลซ์บวร์ก กรีซ – สวีเดน (1-1)
10/06/08 อินส์บรุค สเปน – รัสเซีย (2-0)
14/06/08 ซัลซ์บวร์ก กรีซ – รัสเซีย (1-0)
14/06/08 อินส์บรุค สวีเดน – สเปน (0-1)
18/06/08 ซัลซ์บวร์ก กรีซ – สเปน (0-1)
18/06/08 อินส์บรุค รัสเซีย – สวีเดน (1-2)

สรุปตารางคะแนนกลุ่ม ดีที่คาด
                     แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
สเปน                3    3    3    0    4   0    9
สวีเดน               3    1    1    1    3   3    4
กรีซ                  3    1    1    1    2   3    4
รัสเซีย               3    0    0    3    1   5    0
ผลงานที่เจอกันครั้งล่าสุด
กรีซ – สวีเดน – ไม่เคยพบกัน
สเปน – รัสเซีย 0-0 (2006/อุ่นเครื่อง)
กรีซ – รัสเซีย 1-2 (2004/ชิงแชมป์ยุโรป)
สวีเดน – สเปน 3-0 (2007/คัดยูโร)
กรีซ – สเปน 2-3 (2007/อุ่นเครื่อง)
รัสเซีย – สวีเดน 1-3 (1994/ฟุตบอลโลก)

ฟันธง

กลุ่มนี้เชื่อว่าหากไม่พลิกโผจริงๆ โอกาสที่สเปน จะเข้ารอบเป็นที่ 1 ในสายมีค่อนข้างสูง ปัญหาคือสภาพจิตใจของนักเตะกระทิงเอง ที่เล่นรายการสำคัญรอบไฟนัลทีไรไปไม่เป็นทุกที เชื่อว่าคราวนี้พวกเขาพร้อมมากกว่าที่ผ่านๆ มา ขอแค่กองหน้าอย่าฝืดเท่านั้นพอ ส่วนกรีซแชมป์เก่าปัญหาคือพวกเขาไม่ได้เป็นทีมที่โดนมองข้ามอีกแล้ว และน่าจะทำให้เป็นงานหนักที่จะเข้ารอบต่อไป ส่วนสวีเดน ก็ต้องวัดกับกรีซเอา ซึ่งเมื่อถึงตรงจุดนั้นแล้ว สวีเดนน่าจะดีกว่าในการที่สองทีมนี้เจอกันเอง แต่ผลงานในกลุ่มต้องไปวัดกันเอา และสำหรับรัสเซีย อย่างที่บอกไป พวกเขาชั้นไม่ถึงพอ อย่างเก่งเป็นได้แค่ตัวแปรที่ จะจูงทีมใดตกรอบไปด้วยเท่านั้น…

สรุป : อันดับ 1 สเปน อันดับ 2 สวีเดน

หมายเหตุ : ข้อมูลการวิเคราะห์ศึกฟุตบอลยูโร 2008 (EURO 2008) จากทีมข่าวสยามสปอร์ต 
 

 

“ผีแดง”แมนฯ ยู ชนะวีแกน 2-0 นัดปิดท้ายฤดูกาล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 10 ขณะที่เชลซีโดนโบล ตั้นตีเสมอช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1-1 เชฟเชนโก้ซัดประตูนำก่อน “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ขยี้สเปอร์ 2-0 โวโรนิน ตอร์ เรส ยิงคนละลูก ส่วนแมนฯ ซิตี้พ่ายเละเทะ โดนมิดเดิ้ลสโบรห์ถล่ม 8-1 ริชาร์ด ดันน์ โดนไล่ออก สเวนเรดดิ้ง เบอร์มิ่งแฮม ดาร์บี้ตกชั้น

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก นัดปิดฤดู กาล 2007-2008 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. เป็น การชี้ชะตาแชมป์ ระหว่างแชมป์เก่า แมนฯยู กับ เชลซี โดยแมนฯยูบุกไปเยือนวีแกน ที่สนามเจเจบี สเตเดี้ยม ส่วนเชลซี เปิดรังพบโบลตั้น ทีมที่กำลังหนีตกชั้น ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ นอกจากนี้ยังลุ้นในกลุ่มทีมที่หนีตกชั้นด้วย ทั้งเรดดิ้ง ฟูแล่ม เบอร์มิ่งแฮม และโบลตั้น

คู่แรกที่สนามเจเจบี สเตเดี้ยม แมนฯยูพบ   วีแกน นักเตะผีแดงขอแค่ชนะก็จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 10 ทันที เกมนี้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งเนมันย่า วิดิช กองหลังตัวเก่ง และเวย์น รูนีย์ ที่ได้รับบาดเจ็บฟิตกลับมาลงเล่นได้ในเกมนี้ ลงประสานงานคู่กับคริสเตียโน่ โรนัลโด้

แมนฯยูเปิดเกมบุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แต่    วีแกนก็เตรียมมาดี แถมได้กำลังใจจากแฟนบอลในบ้าน ช่วยกันไล่บอลจนทำให้เกมรุกของทีมเยือน ไม่ไหลลื่น “ผีแดง”ต้องอาศัยการยิงไกลของพอล สโคลส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นาทีที่ 33 แมนฯยูได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่เอ็มเมอร์สัน บอยซ์ รวบเวย์น รูนีย์ ล้มคว่ำในเขตโทษ และโรนัลโด้ทำหน้าที่สังหารเองไม่พลาด เป็นประตูที่ 31 ในพรีเมียร์ลีก ครองดาวซัลโวแน่นอน และเป็นประตูที่ 41 ของโรนัลโด้จากการลงแข่งขันทุกรายการ จบครึ่งแรก แมนฯยูนำ 1-0 ประตู
ครึ่งหลัง วีแกนใช้เกมหนักเข้าลุยหวังทวงประตูคืน ขณะที่แมนฯยูพยายามครองบอลให้เหนียวแน่น อาศัยการผ่านบอลเข้าทำอย่างแม่นยำ มีดาร์เรน เบนต์ และเอมิล เฮสกี เป็นตัวป่วนกองหลังทีมเยือน แต่ผีแดงเน้นการต่อบอลบุกหนัก และได้ประตูขึ้นนำ 2-0 จากไรอัน กิ๊กส์ นาที 80 หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯยูชนะวีแกน 2-0 คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 10 สำเร็จ โดยเตะ 38 นัดมี 87 คะแนน นับเป็นแชมป์แรก ก่อนที่แมนฯยู และเชลซีจะไปลุ้นอีกถ้วย คือยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่ทั้งสองทีมจะเตะกันที่มอสโคว ในวันที่ 21 พ.ค.นี้

ส่วนที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของโบลตั้น นัดนี้เจ้าถิ่นต้อง การ 3 แต้มเพื่อลุ้นแชมป์ ขณะเดียวกันต้องลุ้นไม่ให้แมนฯยูชนะด้วย

นัดนี้เล่นในบ้านเชลซีจึงเร่งเกมบดหนักตั้งแต่ต้นเกม แต่โบลตั้นใช้เกมหนักหยุดจังหวะลุยของเจ้าถิ่นได้ดี เล่นไปได้แค่ 15 นาที จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมเชลซีได้รับบาดเจ็บที่แขนในจังหวะปะทะกับปีเตอร์ เช็ก นายทวารเพื่อนร่วมทีมจนเล่นต่อไปไม่ไหว ต้องเปลี่ยนออก ให้จูเลียโน่ เบ เล็ตติ ลงเล่นแทน จากนั้นถึงเจ้าบ้านจะคุมเกมได้ดีกว่าแต่หาโอกาสเจาะประตูไม่ได้ จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ประตู
ครึ่งหลัง เชลซี เร่งเกมอย่างหนักและมาทำประตูขึ้นนำในนาทีที่ 62 จากตัวสำรอง อังเดร เชฟเชนโก้ ทำให้เชลซี นำไปก่อน 1-0 ประตู หลังจากนั้นเชลซีบุกหนัก พยายามจะยิงเพิ่มให้ได้ แต่แนวรับของโบลตั้นทีมเยือนช่วยกันต้านเอาไว้ได้ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โบลตั้นสามารถตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 จากเควิน เดวี่ส์ หมดเวลาแข่งขัน เสมอ 1-1 เชลซีมี 85 แต้ม ได้แค่รองแชมป์

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่น ที่สนามเซนต์ แอน ดรูว์ส “เดอะบลูส์”เบอร์มิงแฮม ทีมอันดับ 2 จากท้ายตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กุหลาบไฟ” ปรากฎว่า เบอร์มิงแฮม ชนะ 4-1 ประตู โดยได้จาก เดวิด เมอร์ฟี่ นาทีที่ 31, เจโรม คาเมรอน นาทีที่ 73, 89, ฟาบรีซ มูอัมบ้า นาทีที่ 90 แต่ไม่เพียงพอมี 35 แต้มจาก 38 นัดต้องตก ชั้นไป

ที่เคาน์ตี้ กราวด์ “แกะเขาเหล็ก”ดาร์บี้ ที่ตกชั้นไปแล้วหมดท่าพ่ายเรดดิ้ง 0-4 ประตู แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เรดดิ้ง รอดตกชั้นได้ มี 36 แต้มจาก 38 นัด แต่ประตูได้เสียเป็นรองฟูแล่ม

“ปอมปีย์”ปอร์ตสมัธ เล่นในแฟร็ตตั้น ปาร์ก รับการมาเยือนของทีม “เจ้าสัว”ฟูแล่ม นัดนี้ทีมเยือนหากบุกมาเอาชนะได้ก็จะรอดตกชั้นทันที และฮึดสู้บุกมาเอาชนะ ปอร์ตสมัธ 1-0 ประตู โดยได้ประตูชัยจาก แดนนี่ เมอร์ฟี่ นาทีที่ 75 ฟูแล่มมี 36 แต้มจาก 38 นัดอยู่อันดับที่ 17 รอดตกชั้นเพราะประตูได้เสียดีกว่า เรดดิ้ง

มิดเดิ้ลสโบร์ห เล่นในริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ถล่ม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ 8-1 ประตู โดยได้จาก สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง นาทีที่ 16 (จุดโทษ), 58, อฟอนโซ่ อัลเวส นาทีที่ 37, 60, 90, อดัม จอห์นสัน นาทีที่ 70, ฟาบิโอ โรเชมบัก นาทีที่ 80, เฌเรมี่ อาลียาดิแยร์ นาทีที่ 85 ทีมเยือนตีไข่แตกจาก เอลาโน่ นาทีที่ 87 เกมนี้ ริชาร์ด ดันน์ โดนไล่ออกนาทีที่ 15

ซันเดอร์แลนด์ เล่นในบ้าน แพ้ อาร์เซนอล 0-1 ทีมเยือนได้ประตูชัยจาก ธีโอ วัลค็อตต์ นาทีที่ 24

สเปอร์ เล่นในถิ่นไวต์ ฮาร์ตเลน ของตัวเองแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 ทีมเยือนได้จาก อังเดร โวโรนิน นาทีที่ 69, เฟอร์นันโด ตอร์เรส นาทีที่ 74

เอฟเวอร์ตั้น เล่นในกูดิสัน ปาร์ก ชนะ นิวคาสเซิล 3-1 โดยได้จาก อเยกบินี่ ยาคูบู นาทีที่ 28,82 (จุดโทษ), โจลีออน เลสค็อตต์ นาทีที่ 70 ทีมเยือนตีไข่แตกจากลูกโทษที่จุดโทษของไมเคิล โอเว่น นาทีที่ 47

เวสต์แฮม เล่นในอัพตั้น ปาร์ก เสมอ แอส ตั้น วิลล่า 2-2 เจ้าบ้านได้จาก โซลาโน่ นาทีที่ 8, ดีน แอชตั้น นาทีที่ 88 ส่วนทีมเยือนได้จาก แอช ลีย์ ยัง นาทีที่ 14, เกเร็ธ แบร์รี่ นาทีที่ 58 สำหรับทีมตกชั้น 3 ทีม ประกอบด้วย ดาร์บี้ เรดดิ้ง และเบอร์มิ่งแฮม

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.