“ผีแดง”แมนฯ ยู ชนะวีแกน 2-0 นัดปิดท้ายฤดูกาล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 10 ขณะที่เชลซีโดนโบล ตั้นตีเสมอช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 1-1 เชฟเชนโก้ซัดประตูนำก่อน “หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ขยี้สเปอร์ 2-0 โวโรนิน ตอร์ เรส ยิงคนละลูก ส่วนแมนฯ ซิตี้พ่ายเละเทะ โดนมิดเดิ้ลสโบรห์ถล่ม 8-1 ริชาร์ด ดันน์ โดนไล่ออก สเวนเรดดิ้ง เบอร์มิ่งแฮม ดาร์บี้ตกชั้น
การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก นัดปิดฤดู กาล 2007-2008 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 พ.ค. เป็น การชี้ชะตาแชมป์ ระหว่างแชมป์เก่า แมนฯยู กับ เชลซี โดยแมนฯยูบุกไปเยือนวีแกน ที่สนามเจเจบี สเตเดี้ยม ส่วนเชลซี เปิดรังพบโบลตั้น ทีมที่กำลังหนีตกชั้น ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ นอกจากนี้ยังลุ้นในกลุ่มทีมที่หนีตกชั้นด้วย ทั้งเรดดิ้ง ฟูแล่ม เบอร์มิ่งแฮม และโบลตั้น
คู่แรกที่สนามเจเจบี สเตเดี้ยม แมนฯยูพบ วีแกน นักเตะผีแดงขอแค่ชนะก็จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 10 ทันที เกมนี้เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ส่งเนมันย่า วิดิช กองหลังตัวเก่ง และเวย์น รูนีย์ ที่ได้รับบาดเจ็บฟิตกลับมาลงเล่นได้ในเกมนี้ ลงประสานงานคู่กับคริสเตียโน่ โรนัลโด้
แมนฯยูเปิดเกมบุกเข้าใส่ตั้งแต่ต้นเกม แต่ วีแกนก็เตรียมมาดี แถมได้กำลังใจจากแฟนบอลในบ้าน ช่วยกันไล่บอลจนทำให้เกมรุกของทีมเยือน ไม่ไหลลื่น “ผีแดง”ต้องอาศัยการยิงไกลของพอล สโคลส์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ นาทีที่ 33 แมนฯยูได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่เอ็มเมอร์สัน บอยซ์ รวบเวย์น รูนีย์ ล้มคว่ำในเขตโทษ และโรนัลโด้ทำหน้าที่สังหารเองไม่พลาด เป็นประตูที่ 31 ในพรีเมียร์ลีก ครองดาวซัลโวแน่นอน และเป็นประตูที่ 41 ของโรนัลโด้จากการลงแข่งขันทุกรายการ จบครึ่งแรก แมนฯยูนำ 1-0 ประตู
ครึ่งหลัง วีแกนใช้เกมหนักเข้าลุยหวังทวงประตูคืน ขณะที่แมนฯยูพยายามครองบอลให้เหนียวแน่น อาศัยการผ่านบอลเข้าทำอย่างแม่นยำ มีดาร์เรน เบนต์ และเอมิล เฮสกี เป็นตัวป่วนกองหลังทีมเยือน แต่ผีแดงเน้นการต่อบอลบุกหนัก และได้ประตูขึ้นนำ 2-0 จากไรอัน กิ๊กส์ นาที 80 หมดเวลาการแข่งขัน แมนฯยูชนะวีแกน 2-0 คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สมัยที่ 10 สำเร็จ โดยเตะ 38 นัดมี 87 คะแนน นับเป็นแชมป์แรก ก่อนที่แมนฯยู และเชลซีจะไปลุ้นอีกถ้วย คือยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ที่ทั้งสองทีมจะเตะกันที่มอสโคว ในวันที่ 21 พ.ค.นี้
ส่วนที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เชลซี เปิดบ้านรับการมาเยือนของโบลตั้น นัดนี้เจ้าถิ่นต้อง การ 3 แต้มเพื่อลุ้นแชมป์ ขณะเดียวกันต้องลุ้นไม่ให้แมนฯยูชนะด้วย
นัดนี้เล่นในบ้านเชลซีจึงเร่งเกมบดหนักตั้งแต่ต้นเกม แต่โบลตั้นใช้เกมหนักหยุดจังหวะลุยของเจ้าถิ่นได้ดี เล่นไปได้แค่ 15 นาที จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีมเชลซีได้รับบาดเจ็บที่แขนในจังหวะปะทะกับปีเตอร์ เช็ก นายทวารเพื่อนร่วมทีมจนเล่นต่อไปไม่ไหว ต้องเปลี่ยนออก ให้จูเลียโน่ เบ เล็ตติ ลงเล่นแทน จากนั้นถึงเจ้าบ้านจะคุมเกมได้ดีกว่าแต่หาโอกาสเจาะประตูไม่ได้ จบครึ่งแรกเสมอกัน 0-0 ประตู
ครึ่งหลัง เชลซี เร่งเกมอย่างหนักและมาทำประตูขึ้นนำในนาทีที่ 62 จากตัวสำรอง อังเดร เชฟเชนโก้ ทำให้เชลซี นำไปก่อน 1-0 ประตู หลังจากนั้นเชลซีบุกหนัก พยายามจะยิงเพิ่มให้ได้ แต่แนวรับของโบลตั้นทีมเยือนช่วยกันต้านเอาไว้ได้ ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ โบลตั้นสามารถตีเสมอได้สำเร็จ 1-1 จากเควิน เดวี่ส์ หมดเวลาแข่งขัน เสมอ 1-1 เชลซีมี 85 แต้ม ได้แค่รองแชมป์
ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่น ที่สนามเซนต์ แอน ดรูว์ส “เดอะบลูส์”เบอร์มิงแฮม ทีมอันดับ 2 จากท้ายตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “กุหลาบไฟ” ปรากฎว่า เบอร์มิงแฮม ชนะ 4-1 ประตู โดยได้จาก เดวิด เมอร์ฟี่ นาทีที่ 31, เจโรม คาเมรอน นาทีที่ 73, 89, ฟาบรีซ มูอัมบ้า นาทีที่ 90 แต่ไม่เพียงพอมี 35 แต้มจาก 38 นัดต้องตก ชั้นไป
ที่เคาน์ตี้ กราวด์ “แกะเขาเหล็ก”ดาร์บี้ ที่ตกชั้นไปแล้วหมดท่าพ่ายเรดดิ้ง 0-4 ประตู แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้เรดดิ้ง รอดตกชั้นได้ มี 36 แต้มจาก 38 นัด แต่ประตูได้เสียเป็นรองฟูแล่ม
“ปอมปีย์”ปอร์ตสมัธ เล่นในแฟร็ตตั้น ปาร์ก รับการมาเยือนของทีม “เจ้าสัว”ฟูแล่ม นัดนี้ทีมเยือนหากบุกมาเอาชนะได้ก็จะรอดตกชั้นทันที และฮึดสู้บุกมาเอาชนะ ปอร์ตสมัธ 1-0 ประตู โดยได้ประตูชัยจาก แดนนี่ เมอร์ฟี่ นาทีที่ 75 ฟูแล่มมี 36 แต้มจาก 38 นัดอยู่อันดับที่ 17 รอดตกชั้นเพราะประตูได้เสียดีกว่า เรดดิ้ง
มิดเดิ้ลสโบร์ห เล่นในริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ถล่ม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯซิตี้ 8-1 ประตู โดยได้จาก สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง นาทีที่ 16 (จุดโทษ), 58, อฟอนโซ่ อัลเวส นาทีที่ 37, 60, 90, อดัม จอห์นสัน นาทีที่ 70, ฟาบิโอ โรเชมบัก นาทีที่ 80, เฌเรมี่ อาลียาดิแยร์ นาทีที่ 85 ทีมเยือนตีไข่แตกจาก เอลาโน่ นาทีที่ 87 เกมนี้ ริชาร์ด ดันน์ โดนไล่ออกนาทีที่ 15
ซันเดอร์แลนด์ เล่นในบ้าน แพ้ อาร์เซนอล 0-1 ทีมเยือนได้ประตูชัยจาก ธีโอ วัลค็อตต์ นาทีที่ 24
สเปอร์ เล่นในถิ่นไวต์ ฮาร์ตเลน ของตัวเองแพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 ทีมเยือนได้จาก อังเดร โวโรนิน นาทีที่ 69, เฟอร์นันโด ตอร์เรส นาทีที่ 74
เอฟเวอร์ตั้น เล่นในกูดิสัน ปาร์ก ชนะ นิวคาสเซิล 3-1 โดยได้จาก อเยกบินี่ ยาคูบู นาทีที่ 28,82 (จุดโทษ), โจลีออน เลสค็อตต์ นาทีที่ 70 ทีมเยือนตีไข่แตกจากลูกโทษที่จุดโทษของไมเคิล โอเว่น นาทีที่ 47
เวสต์แฮม เล่นในอัพตั้น ปาร์ก เสมอ แอส ตั้น วิลล่า 2-2 เจ้าบ้านได้จาก โซลาโน่ นาทีที่ 8, ดีน แอชตั้น นาทีที่ 88 ส่วนทีมเยือนได้จาก แอช ลีย์ ยัง นาทีที่ 14, เกเร็ธ แบร์รี่ นาทีที่ 58 สำหรับทีมตกชั้น 3 ทีม ประกอบด้วย ดาร์บี้ เรดดิ้ง และเบอร์มิ่งแฮม